Safety Valve คืออะไร เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับระบบในโรงงาน
Safety Valve เป็นอุปกรณ์นิรภัยที่ทำหน้าที่ระบายแรงดันส่วนเกินออกจากระบบ เมื่อแรงดันในระบบสูงเกินค่าที่ตั้งไว้ (Set Pressure) วาล์วจะเปิดระบายแรงดันโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อท่อ อุปกรณ์ และถังรับความดันในระบบ ก่อนที่แรงดันจะสูงจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
สาเหตุที่ทำให้แรงดันในระบบเพิ่มขึ้นเกินกำหนด
ในการออกแบบและเลือกขนาด Safety Valve วิศวกรจำเป็นต้องเข้าใจสาเหตุที่ทำให้แรงดันในระบบสูงขึ้นเกินค่าที่ออกแบบไว้ ซึ่งโดยทั่วไปมาจาก 3 สาเหตุหลัก
1. การขยายตัวทางความร้อน (Thermal Expansion)
เมื่ออุณหภูมิของไหลในระบบเพิ่มขึ้นจากความร้อนหรือการแผ่รังสี ของไหลจะขยายตัว ส่งผลให้แรงดันในระบบสูงขึ้นเกินค่าที่กำหนด จำเป็นต้องมี Safety Valve เพื่อระบายแรงดันส่วนเกินนี้ออก
2. ความล้มเหลวของระบบควบคุม (Mechanical/Control Failure)
เมื่อเกิดไฟฟ้าขัดข้องหรืออุปกรณ์ควบคุมทำงานผิดพลาด เช่น วาล์วควบคุมปิดหรือหรี่มากเกินไป หรือเปิดระบายแรงดันมากเกินไป จนทำให้แรงดันในระบบสูงขึ้นผิดปกติ รวมถึงกรณีที่ Pressure Reducing Valve (PRV) เกิดความผิดพลาด จนแรงดันด้านขาออกสูงเกินค่าที่ออกแบบไว้ Safety Valve จะช่วยระบายแรงดันส่วนเกินเพื่อป้องกันความเสียหาย
3. ปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reaction)
ปฏิกิริยาคายความร้อนหรือการเกิดแก๊สจากปฏิกิริยาเคมีในระบบ ทำให้อุณหภูมิและแรงดันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องติดตั้ง Safety Valve เพื่อควบคุมความปลอดภัยของระบบ
ประเภทของ Safety Valve และการเลือกใช้งาน
การเลือก Safety Valve ให้เหมาะสมต้องพิจารณาจากลักษณะของไหลในระบบเป็นหลัก ว่าเป็นของไหลที่บีบอัดได้ (Compressible) หรือบีบอัดไม่ได้ (Incompressible) เนื่องจากลักษณะการเปิดระบายของวาล์วทั้งสองแบบแตกต่างกัน
Full Lift Safety Valve (เช่น ARI-SAFE)
- เปิดระบายแรงดันแบบรวดเร็ว (Pop Action) ด้วยปริมาณมาก
- เหมาะกับของไหลที่บีบอัดได้ (Compressible Fluid) เช่น ไอน้ำและก๊าซ
- DN ทางขาเข้ามีขนาดเล็กกว่าทางขาออก เนื่องจากปริมาตรของไหลขยายตัวหลังระบายแรงดัน
- Application: ระบบไอน้ำ ระบบน้ำร้อน ระบบเครื่องทำความร้อน ระบบที่ใช้สารเคมี สารพิษ และสารไวไฟ ระบบอุตสาหกรรมทั่วไป
Standard Lift Safety Valve (เช่น ARI-SAFE P)
- เปิดระบายแรงดันแบบค่อยเป็นค่อยไป (Proportional) ตามสัดส่วนแรงดันที่เพิ่มขึ้น
- เหมาะกับของไหลที่บีบอัดไม่ได้ (Incompressible Fluid) เช่น น้ำหรือน้ำมัน
- DN ทางขาเข้าและขาออกมีขนาดเท่ากัน
- Application: ระบบที่มีแรงดันจากการขยายตัวทางความร้อน compressor protection ระบบน้ำ และระบบที่มีปฏิกิริยาเคมี
วิธีเลือก Lifting Device และ Bonnet ให้เหมาะกับระบบ
นอกจากประเภทของวาล์วแล้ว การเลือกลักษณะ Lifting Device (ก้านโยกทดสอบ) และ Bonnet (ฝาครอบสปริง) ก็มีผลต่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานของวาล์วเช่นกัน
Open Lifting Device และ Open Bonnet

- เหมาะกับระบบที่ใช้ความร้อนสูง เช่น ระบบไอน้ำ เพื่อป้องกันการสะสมของ Condensate ในส่วนบนของวาล์วที่อาจทำให้เกิดสนิม
- เหมาะกับสารที่ไม่เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมและพื้นที่ปฏิบัติงาน
- ใช้ได้กับ media ที่เป็นก๊าซไม่อันตราย
- ไม่เหมาะกับระบบงานของเหลว
Closed Lifting Device และ Closed Bonnet

- เหมาะกับระบบที่ใช้ media เป็นของเหลว (ร้อน/เย็น) เช่น ระบบน้ำมันร้อนแลกเปลี่ยนความร้อน งานน้ำร้อน ระบบสารทำความเย็น
- เหมาะกับระบบที่มีการใช้งานสารเคมี สารพิษ และสารไวไฟ หรือสารที่จุดติดไฟได้
- ควรเลือกก้านโยกและ Bonnet แบบเชื่อมปิดสนิท เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารและการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อม
Open Lifting Device และ Closed Bonnet

- เหมาะกับระบบงานไอน้ำ
- ใช้ได้กับ media ที่เป็นก๊าซไม่อันตราย
- ไม่เหมาะกับระบบงานของเหลว เนื่องจากไม่ต้องการให้สารรั่วออกทาง Bonnet
Gas Tight Cap และ Closed Bonnet

- เหมาะกับระบบที่ใช้ media เป็นก๊าซทั่วไปและก๊าซอันตราย
- เหมาะกับของเหลว (ร้อน/เย็น) เช่น ระบบน้ำมันร้อนแลกเปลี่ยนความร้อน งานน้ำร้อน ระบบสารทำความเย็น
- เหมาะกับระบบที่ใช้งานสารเคมี สารพิษ และสารไวไฟ
- ควรเลือกใช้ Bonnet แบบเชื่อมปิดสนิทและไม่มีก้านโยก สำหรับงานที่ไม่ต้องการให้ของไหลรั่วไหลออกสู่บรรยากาศ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้งานและภายในโรงงาน
Safety Valve จาก ARI Armaturen ที่ Alpha Group จัดจำหน่าย
Alpha Group เป็นผู้จัดจำหน่าย ARI Armaturen ในประเทศไทย พร้อมทีมวิศวกรให้คำปรึกษาด้านการเลือก Safety Valve ให้เหมาะสมกับลักษณะของไหล แรงดันใช้งาน และมาตรฐานที่ระบบต้องการ ทั้งรุ่น ARI-SAFE (Full Lift) และ ARI-REYCO R Series สำหรับงานอุตสาหกรรมที่หลากหลาย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Safety Valve
Safety Valve กับ Relief Valve ต่างกันอย่างไร
Safety Valve เปิดระบายแรงดันแบบรวดเร็ว (Pop Action) เหมาะกับของไหลที่บีบอัดได้ เช่น ไอน้ำและก๊าซ ส่วน Relief Valve เปิดระบายแบบค่อยเป็นค่อยไปตามสัดส่วนแรงดัน เหมาะกับของไหลที่บีบอัดไม่ได้ เช่น น้ำและน้ำมัน
ควรตรวจสอบและทดสอบ Safety Valve บ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำให้ตรวจสอบและทดสอบ Set Pressure อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามรอบที่มาตรฐานความปลอดภัยของโรงงานกำหนด เพื่อยืนยันว่าวาล์วยังเปิดระบายที่ค่าแรงดันที่ตั้งไว้อย่างถูกต้อง
เลือก Open Bonnet หรือ Closed Bonnet ดี
ขึ้นอยู่กับชนิดของ media ในระบบ หากเป็นไอน้ำหรือก๊าซทั่วไปที่ไม่อันตราย สามารถเลือก Open Bonnet ได้ แต่หากเป็นของเหลว สารเคมี สารพิษ หรือสารไวไฟ ควรเลือก Closed Bonnet แบบเชื่อมปิดสนิทเพื่อป้องกันการรั่วไหล
Safety Valve ขนาด DN ทางเข้าและออกทำไมไม่เท่ากัน
ใน Full Lift Safety Valve เช่น ARI-SAFE ขนาด DN ทางขาเข้าจะเล็กกว่าทางขาออก เนื่องจากเมื่อระบายแรงดันแล้วปริมาตรของไหลจะขยายตัว จึงต้องออกแบบทางขาออกให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับปริมาตรที่เพิ่มขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการเลือก Safety Valve ให้เหมาะกับระบบของคุณ
LINE OA: @ALPHAGROUP
โทร: 0-2792-9333
อีเมล: sales@alphagroup.co.th

