What Is a Submersible Pump | Alpha Group

Submersible Pump คืออะไร ทำงานอย่างไร และเหมาะกับงานแบบไหน

Submersible Pump หรือที่วิศวกรและช่างในโรงงานมักเรียกกันว่า ปั๊มจุ่ม หรือ ปั๊มแช่ คือปั๊มที่ออกแบบมาให้ตัวปั๊มและมอเตอร์ทั้งชุดจมอยู่ใต้ของเหลวที่ต้องการสูบได้โดยตรง ต่างจากปั๊มทั่วไปที่ต้องติดตั้งอยู่ภายนอกถังหรือบ่อแล้วอาศัยท่อดูดยื่นลงไปในของเหลว จุดเด่นของ Submersible Pump คือใช้หลักการ ดัน (push) ของเหลวขึ้นสู่ผิวน้ำ แทนที่จะต้อง ดูด (pull) เหมือนปั๊มติดตั้งบนบกทั่วไป จึงไม่มีปัญหาเรื่องไพรม์ปั๊ม (priming) และมีโอกาสเกิดคาวิเทชั่นน้อยกว่ามาก เพราะไม่มีความต่างระดับระหว่างปั๊มกับผิวของเหลวที่จะทำให้เกิดสุญญากาศในท่อดูด

หลักการทำงานของ Submersible Pump

Submersible Pump ส่วนใหญ่จัดเป็นปั๊มหอยโข่ง (Centrifugal Pump) ประเภทหนึ่ง เพียงแต่ออกแบบให้มอเตอร์ไฟฟ้าถูกซีลปิดสนิท (Hermetically Sealed Motor) เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าตัวปั๊ม มอเตอร์จะขับเพลาให้ใบพัด (Impeller) หมุนด้วยความเร็วสูง เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานจลน์ ก่อนที่ตัวเรือนปั๊ม (Volute Casing) จะแปลงพลังงานจลน์นั้นเป็นแรงดัน ดันของเหลวออกทางท่อจ่ายขึ้นสู่ผิวน้ำหรือปลายทางที่ต้องการ เนื่องจากปั๊มจมอยู่ในของเหลวตลอดเวลา ของเหลวรอบตัวปั๊มยังช่วยระบายความร้อนจากมอเตอร์ไปในตัว แต่ในทางกลับกัน หากระดับของเหลวลดต่ำกว่าที่กำหนดจนปั๊มทำงานแบบ Dry Run ก็มีความเสี่ยงที่มอเตอร์จะร้อนจัดและเสียหายได้ง่ายกว่าปั๊มติดตั้งบนบกที่มีการระบายความร้อนจากอากาศโดยรอบตลอดเวลา

Submersible Pump ต่างจากปั๊มหอยโข่งติดตั้งบนบกอย่างไร

What Is a Submersible Pump | Alpha Groupแม้ Submersible Pump จะใช้หลักการแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางเช่นเดียวกับปั๊มหอยโข่งทั่วไป (End Suction Centrifugal Pump) แต่มีความแตกต่างสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกใช้งาน 4 ประเด็นหลัก ดังนี้

  • ตำแหน่งการติดตั้ง: ปั๊มหอยโข่งทั่วไปติดตั้งบนพื้นหรือฐานรองรับภายนอกบ่อ/ถัง แล้วอาศัยท่อดูดยื่นลงไปในของเหลว ส่วน Submersible Pump ต้องจมอยู่ในของเหลวเท่านั้น จึงเหมาะกับงานที่ระดับของเหลวอยู่ลึกเกินความสามารถในการดูดของปั๊มบนบก (โดยทั่วไปปั๊มดูดบนบกจะดูดได้ลึกไม่เกินประมาณ 7-8 เมตร)
  • ความถี่ในการซ่อมบำรุง: Submersible Pump มีซีลกันน้ำและระบบป้องกันการรั่วซึมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ จึงมีโอกาสเสียหายจากสภาพแวดล้อมภายนอกน้อยกว่า แต่เมื่อถึงเวลาต้องซ่อมบำรุงจริงจะยุ่งยากกว่า เพราะต้องยกปั๊มขึ้นจากบ่อหรือถังก่อนทุกครั้ง
  • ประสิทธิภาพและกำลังส่ง: ปั๊มหอยโข่งบนบกสามารถออกแบบให้มีขนาดใหญ่และกำลังสูงกว่าได้ง่ายกว่า เพราะไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดตัวเรือนที่ต้องจมน้ำ ในทางกลับกัน Submersible Pump แม้จะมีข้อจำกัดด้านขนาด แต่ได้เปรียบเรื่องประหยัดพลังงานฝั่งดูด เพราะไม่ต้องเอาชนะแรงต้านจากการดูดของเหลวขึ้นมาก่อน
  • ความเสี่ยงเรื่องความร้อนสะสม: ด้วยดีไซน์ปิดสนิทของ Submersible Pump หากเกิดความผิดปกติจนเกิดความร้อนสะสมภายใน จะระบายออกได้ยากกว่าปั๊มบนบกที่มีพัดลมมอเตอร์และอากาศโดยรอบช่วยระบายความร้อนตลอดเวลา

สรุปคือไม่มีปั๊มประเภทไหนดีกว่ากันโดยสมบูรณ์ การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะหน้างานจริง เช่น ความลึกของบ่อ ชนิดของเหลว พื้นที่ติดตั้ง และความถี่ในการเข้าซ่อมบำรุงที่ยอมรับได้

ประเภทของ Submersible Pump ที่พบได้ทั่วไปในงานอุตสาหกรรม

Submersible Pump แบ่งตามลักษณะงานหลักๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม

1. Submersible Sewage Pump (ปั๊มจุ่มสูบน้ำเสีย)
ออกแบบมาสำหรับสูบน้ำเสียจากบ่อพักหรือบ่อรวมน้ำเสียที่ไหลรวมกันด้วยแรงโน้มถ่วง ก่อนส่งต่อไปยังระบบบำบัดน้ำเสีย เหมาะกับงานอาคาร โรงงาน และระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน ในกลุ่มนี้ยังแบ่งย่อยตามลักษณะใบพัดและงานที่รองรับได้อีก เช่น รุ่นที่ออกแบบให้ทำงานได้แม้ไม่จมน้ำเต็มที่ (Dry-pit) และรุ่น Grinder ที่มีใบมีดช่วยตัดสับของแข็งขนาดใหญ่ก่อนสูบผ่าน เหมาะกับน้ำเสียที่มีเศษของแข็งหรือเส้นใยปนมาก

2. Submersible Sump Pump (ปั๊มจุ่มสูบน้ำทั่วไป/ปั๊มไดโว่)
เหมาะกับงานสูบน้ำสะอาดหรือน้ำที่มีตะกอนปนเพียงเล็กน้อย มีขนาดให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ระดับใช้งานในบ้าน บ่อพักน้ำขนาดเล็ก ไปจนถึงงานอุตสาหกรรมและงานเกษตร บางรุ่นมาพร้อมลูกลอย (Float Switch) ในตัวเพื่อสั่งเปิด-ปิดปั๊มอัตโนมัติตามระดับน้ำ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง Dry Run ที่กล่าวถึงข้างต้นได้ในระดับหนึ่ง

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ Submersible Pump

  • อัตราการไหล (Flow Rate) และความสูงส่งน้ำ (Head) ที่ต้องการ ณ จุดใช้งานจริง
  • ขนาดของแข็งสูงสุดที่ของเหลวปะปนมา (Max Solid Size) เพื่อเลือกชนิดใบพัดให้เหมาะสม
  • วัสดุตัวเรือนปั๊ม เช่น สแตนเลส หรือเหล็กหล่อ ให้เหมาะกับความเป็นกรด-ด่างของของเหลว
  • ความลึกในการจุ่มสูงสุดที่ปั๊มรองรับได้ และอุณหภูมิของเหลวสูงสุด
  • ระบบป้องกันการทำงานแบบ Dry Run และระบบลูกลอยตัดการทำงานอัตโนมัติ

Submersible Pump จาก Alpha Group

Alpha Group เป็นผู้จัดจำหน่าย Submersible Pump จากแบรนด์ EBARA และ Wilo ในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งกลุ่มปั๊มจุ่มสูบน้ำเสีย (Sewage) ปั๊มจุ่มสูบน้ำสะอาด (Sump/Drainage) รวมถึงรุ่น Grinder สำหรับน้ำเสียที่มีเศษของแข็งปนมาก พร้อมทีมวิศวกรให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกขนาดปั๊มให้เหมาะกับ Flow Rate, Head และลักษณะของเหลวหน้างานจริง ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Submersible Pump

Submersible Pump ต่างจากปั๊มไดโว่ทั่วไปหรือไม่

“ปั๊มไดโว่” เป็นชื่อเรียกทางการค้าที่คนไทยคุ้นเคย ซึ่งโดยหลักการแล้วก็คือ Submersible Pump ประเภท Sump Pump ขนาดเล็กสำหรับสูบน้ำสะอาดหรือน้ำที่มีตะกอนปนเล็กน้อยนั่นเอง ส่วน Submersible Pump ในความหมายกว้างยังครอบคลุมถึงปั๊มขนาดใหญ่สำหรับงานสูบน้ำเสียและงานอุตสาหกรรมด้วย

Submersible Pump ทำงานแบบ Dry Run ได้หรือไม่

โดยทั่วไปไม่ควรปล่อยให้ปั๊มทำงานแบบ Dry Run เพราะของเหลวรอบตัวปั๊มทำหน้าที่ช่วยระบายความร้อนจากมอเตอร์ หากระดับของเหลวต่ำเกินไปจนปั๊มไม่จมน้ำ มอเตอร์อาจร้อนจัดและเสียหายได้ ควรเลือกรุ่นที่มีลูกลอยตัดการทำงานอัตโนมัติหรือติดตั้งระบบป้องกัน Dry Run เพิ่มเติม

ควรเลือก Submersible Pump แบบใบพัดชนิดใดสำหรับน้ำเสียที่มีเศษของแข็งปนมาก

หากของเหลวมีเศษของแข็งหรือเส้นใยปนมามาก ควรเลือกปั๊มรุ่น Grinder ที่มีใบมีดช่วยตัดสับของแข็งก่อนสูบผ่าน หรือรุ่นใบพัดแบบ Vortex/Single Channel ที่รองรับขนาดของแข็งได้ใหญ่กว่าใบพัดมาตรฐานทั่วไป เพื่อลดปัญหาการอุดตัน

Alpha Group มี Submersible Pump ยี่ห้อใดบ้าง

Alpha Group เป็นผู้จัดจำหน่าย Submersible Pump จากแบรนด์ EBARA และ Wilo ในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งงานสูบน้ำเสีย น้ำสะอาด และงานอุตสาหกรรม พร้อมทีมวิศวกรให้คำปรึกษาการเลือกขนาดปั๊มให้เหมาะกับหน้างาน