The Executive Talk
อัลฟ่ากรุ๊ปเริ่มต้นจากกลุ่มวิศวกรรุ่นเพื่อนที่สั่งสมประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมไอน้ำและท่อ ก่อนรวมตัวกันก่อตั้งบริษัทด้วยทุนความรู้และความมุ่งมั่น ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 มาได้ด้วยน้ำใจต่อพนักงาน และเติบโตจนกลายเป็นผู้นำด้านนำเข้าและจัดจำหน่ายวาล์ว ปั๊ม และเครื่องมือวัดสำหรับอุตสาหกรรม ครอบคลุม 4 สาขาทั่วประเทศ ด้วยพนักงานกว่า 200 คน และปรัชญาการทำงานที่ยึดมั่นใน 3 หลัก คือ ความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
จุดเริ่มต้น
ย้อนกลับไปในช่วงที่ผมยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมเคมี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โอกาสฝึกงานที่บริษัท บุญเยี่ยมและสหาย จำกัด ผู้จัดจำหน่ายหม้อไอน้ำ (Boiler) และอุปกรณ์ไอน้ำ ได้เปิดมุมมองและหล่อหลอมแนวคิดของผมอย่างลึกซึ้ง ที่นั่นผมได้เห็นวิศวกรรุ่นพี่ทำงานในหลากหลายรูปแบบ ทั้งบริหารในออฟฟิศและลงพื้นที่ติดตั้งซ่อมบำรุงจริง และที่สำคัญ พวกท่านพาผมติดสอยห้อยตามออกไปด้วยทุกครั้ง ประสบการณ์ตรงเหล่านั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ผมพกติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้
หลังฝึกงาน บริษัทเปิดโอกาสให้ผมทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานเขียนแบบ วันไหนว่างจากเรียนก็แวะไปทำ บทบาทนี้เปิดประตูสู่ความเข้าใจระบบไอน้ำแบบองค์รวม และยิ่งกระตุ้นให้ผมหาความรู้เพิ่มควบคู่กับการเรียน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทีมของเราจัดนิทรรศการทางวิชาการในหัวข้อ โครงการผลิตและการใช้ไอน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (The Efficient Use of Steam) พร้อมกันนั้นเราแปลและเรียบเรียงหนังสือในหัวข้อเดียวกันขึ้นมาจากความเข้าใจของพวกเรา ให้อาจารย์ตรวจทาน แล้วนำออกจำหน่ายในงาน ผลปรากฏว่าหนังสือขายดีเกินคาด รายได้ที่ได้มาพวกเราเอาไปฉลอง กินข้าว เที่ยว อย่างสนุกสนาน นั่นคือ Make Money and Have Fun ครั้งแรกในชีวิต และเป็นต้นแบบของวิธีทำงานที่พวกเรายึดถือสืบมา
หลังจบการศึกษา ทุกคนต่างมุ่งหน้าสู่สายงานที่ตัวเองเลือก ไม่ว่าจะเป็นวาล์ว (Valve) เครื่องมือวัด (Instrument) ปั๊ม (Pump) หม้อไอน้ำ (Boiler) หรืออุปกรณ์ไอน้ำ เพื่อสั่งสมประสบการณ์จากบริษัทชั้นนำ โดยแต่ละคนตั้งใจไว้ว่าวันหนึ่งจะกลับมารวมตัวกัน และร่วมกันสร้างบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ทำได้คนเดียว
การรวมตัวเริ่มขึ้นอีกครั้ง
คุณวิศิษฐ์ พิริยมานันท์ คือคนที่จุดประกายให้ฝันนั้นเป็นจริง เขาโทรตามเพื่อนๆ กลับมาชุมนุมกัน และนำไปสู่การจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท อัลฟ่ากรุ๊ป จำกัด ณ ย่านวรจักร ป้อมปราบ โดยเริ่มต้นด้วยการจำหน่ายหน้าแปลนมาตรฐานเยอรมัน (DIN Standard) เป็นสินค้าหลักชุดแรก
ต่อมา คุณสมบูรณ์ อุ่ยตระกูล เริ่มมองหาสินค้านำเข้าจากยุโรปเพิ่มเติม เริ่มจากกลุ่มวาล์วมาตรฐานเยอรมัน และขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่นๆ อย่าง Steam Trap และ Expansion Joint บางกลุ่มสินค้าต้องบินไปเยี่ยมชมโรงงานผู้ผลิตถึงที่ เพื่อยืนยันมาตรฐานการผลิตก่อนเซ็นสัญญาร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ช่วงแรกๆ นั้นทุกคนรับหน้าที่ทั้งขาย จัดส่ง และเก็บเงินด้วยตัวเอง
เมื่อธุรกิจเติบโต บริษัทย้ายมาที่ทาวน์เฮาส์ย่านหมู่บ้านปรีชา ข้างโรงพักหัวหมาก ครึ่งซ้ายเป็นออฟฟิศ ครึ่งขวาเป็นคลังสินค้า และเริ่มจ้างพนักงานเพิ่ม แต่เมื่อดำเนินมาได้ 4–5 ปี พื้นที่เริ่มคับแคบ จึงซื้อทาวน์เฮาส์เพิ่มอีกหลัง ยังไม่พอก็ขยายต่อด้วยการซื้อตึกแถว 3 ห้องที่หมู่บ้านรุ่งกิจวิลลา ถนนสุขาภิบาล 3 ไว้เป็นคลังสินค้า พร้อมเช่าสำนักงานเพิ่มเติมที่อาคารจิตต์อุทัย ถนนรามคำแหง
ปัญหาครั้งยิ่งใหญ่: วิกฤตต้มยำกุ้ง 2540
ปี 2540 คือบทพิสูจน์ที่หนักที่สุด วิกฤตต้มยำกุ้งถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ค่าเงินบาทร่วงจาก 25 บาทต่อดอลลาร์ พุ่งไปที่ 56 บาทในชั่วข้ามคืน หนี้ที่มีอยู่กลายเป็นสองเท่า คู่ค้าต่างประเทศเริ่มสูญเสียความมั่นใจและทยอยเรียกเก็บเงินค้างชำระ ในขณะที่ธนาคารปิดประตู L/C (Letter of Credit) ทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินสดก่อนจึงจะได้รับสินค้า
ความกดดันซ้อนทับกัน สินค้าในสต็อกขายได้แต่เก็บเงินไม่ทัน พนักงานเริ่มวิตกกังวล บริษัทจำใจตัดสวัสดิการบางส่วนออก แต่ยืนหยัดจ่ายเงินเดือนพนักงานครบทุกบาทตลอดช่วงวิกฤต ทีมบริหารประคับประคองทุกทิศทาง จนในที่สุดเมื่อค่าเงินบาทเริ่มฟื้นตัว สภาพคล่องก็กลับมา และบริษัทก็ผ่านพ้นพายุลูกนั้นมาได้
อัลฟ่ากรุ๊ปที่ซอยนวลจันทร์
หลังพ้นวิกฤต บริษัทเผชิญความท้าทายรูปแบบใหม่ สินค้าคงคลังที่กระจัดกระจายหลายแห่งทำให้การบริหารจัดการซับซ้อน แนวคิดในการรวมทุกอย่างไว้ที่เดียวจึงเกิดขึ้น ทั้งสำนักงาน คลังสินค้า และ Workshop Service สำหรับงานซ่อมบำรุงที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ หลังมองหาที่ดินที่เหมาะสม สุดท้ายก็ได้ที่ดินในซอยนวลจันทร์ 34 เป็นที่ตั้งใหม่
ควบคู่ไปกับการขยายพื้นที่ บริษัทยังขยายทีมงาน โดยรับสมัครผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ทรัพยากรบุคคล และไอที เพื่อเสริมศักยภาพในสายงานที่วิศวกรรุ่นก่อตั้งไม่ถนัด
ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่น จึงตัดสินใจขยายสาขาไปยังจังหวัดระยอง โดยเริ่มจากตึกแถวเพียงห้องเดียว แล้วเติบโตจนต้องซื้อที่ดิน 3 ไร่ ใกล้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อสร้างอาคารสำนักงาน คลังสินค้า และ Workshop เต็มรูปแบบ บริการที่ระยองยังรวมถึงการให้เช่าเครื่องมือซ่อมบำรุง ทีม On-Site Bolting Service และ On-Line Leak Sealing Service พร้อมการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือ Torque/Tension อย่างมืออาชีพ
ด้วยรูปแบบเดียวกัน บริษัทขยายต่อไปยังโคราช หาดใหญ่ และลำปาง ปัจจุบัน อัลฟ่ากรุ๊ปมี 4 สาขา และพนักงานรวมกว่า 200 คน
ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่หยุด บริษัทนำระบบ ERP Real Cloud มาปรับรูปแบบการทำงานให้รองรับการเติบโตในอนาคต ปรับโครงสร้างองค์กร และก่อตั้งบริษัทในเครือเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้บริหารรุ่นก่อตั้งและ Generation 2 ที่มุ่งพาองค์กรเดินหน้าอย่างมีศักยภาพ
หากถามว่าวันนี้อัลฟ่ากรุ๊ปคือใคร คำตอบคือบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายวาล์ว ปั๊ม และเครื่องมือวัดสำหรับอุตสาหกรรม พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร ทั้งซ่อมบำรุง สัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ และบริการออนไซต์ โดยทีมวิศวกรและช่างที่มีประสบการณ์ยาวนาน
สามเหลี่ยมแห่งความสำเร็จของอัลฟ่ากรุ๊ป
จากเส้นทางที่เดินมา อัลฟ่ากรุ๊ปสรุปสูตรความสำเร็จของแต่ละคนไว้ 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ ทักษะ และทัศนคติ สามเหลี่ยมนี้คือรากฐานที่บริษัทยึดถือมาโดยตลอด
แม้โลกจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและ AI แต่เราเชื่อว่าสุดท้ายต้องกลับมาที่ Back to the Basics เสมอ ความรู้พื้นฐานในงานที่รับผิดชอบยังคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะ AI ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีมนุษย์ที่รู้จริงควบคุมทิศทาง
บทส่งท้าย: ส่งต่อเพื่อก้าวต่อไป
วันนี้ผู้ก่อตั้งรุ่นแรกเดินมาถึงปลายทางของวัยทำงาน ถึงเวลาแล้วที่จะค่อยๆ ถอยออกมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้เติบโตและแสดงศักยภาพ บทบาทต่อไปของพวกเราคือที่ปรึกษา ถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางที่สั่งสมมาให้กับคนรุ่นถัดไป
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่การวางมือ แต่คือการผสานพลังระหว่างสองรุ่น สร้างสะพานเชื่อมจากประสบการณ์สู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
คุณไพบูลย์ วงศ์นิศานาถกุล :
TEAM = Together Everyone Achieve More องค์กรของเราเปรียบเหมือนร่มคันใหญ่ ก้านร่มแต่ละคันคือสมาชิกในทีม ทุกคนมีความสำคัญเท่ากัน แตกต่างกันในทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์ เมื่อทุกคนแข็งแกร่งและพร้อมใจกัน ร่มคันนี้ก็จะกางออกได้เต็มที่ ปกป้องทุกคนและพาองค์กรฝ่าทุกอุปสรรคไปด้วยกัน
คุณศุรชัย เอื้อวัฒนามงคล :
คำที่ผมพูดกับพนักงานบ่อยที่สุดคือ มืออาชีพ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด เราต้องรับผิดชอบงานของตัวเองและรักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ ไม่ใช่วันนี้ดีแต่พรุ่งนี้แย่ และคำว่ามืออาชีพต้องมาพร้อมทัศนคติที่ดีทั้งต่อองค์กรภายในและภายนอกเสมอ
คุณสุวิน เมธีผาติกุล :
อย่าหยุดเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองรับผิดชอบ ให้คุณค่ากับหน้าที่ของตัวเอง และร่วมมือกับทุกคนในองค์กรโดยมีเป้าหมายและทัศนคติที่ดีร่วมกัน เพราะทุกแผนกมีความสำคัญเท่ากัน และทุกการเติบโตต้องก้าวไปด้วยกัน
คุณสมบูรณ์ อุ่ยตระกูล :
เราเดินมาไกลกว่าที่เคยฝันไว้มาก แต่เมื่อถึงเป้าแล้วก็ตั้งเป้าใหม่เสมอ ก่อนเกษียณ ผมยังฝากเป้าหมายหนึ่งไว้ คือ ยอดขาย 1,000 ล้านบาท ให้ Generation 2 และทีมงานทุกสาขา รวมถึงบริษัทในเครือ ช่วยกันผลักดัน เพราะผมอยากฉลองความสำเร็จครั้งนี้ร่วมกับทุกคนอีกหนึ่งครั้ง
